ชี้แจงและขอความร่วมมือ


1. ใช้คำสุภาพ ไม่ให้ร้ายทำลายใคร
2. ใครมาให้ข้อเสนอแนะ เราจะแวะไปหาถึงบ้าน
3. บล็อกนี้ดูในหมาไฟจะดูดีมีชาติตระกูลครับ เว็บบราวเซอร์อื่นก็แล้วแต่บุญกรรมละกันครับ
4. หากต้องการเนื้อหาส่วนหนึ่งส่วนใด เชิญเลยครับ
5. บล็อกนี้เป็นเจ้าของเดียวกับ links ที่อยู่ด้านข้างนะครับ ไปเยี่ยมชมกันได้

Ideas

รู้สึกดีๆ...ที่เมืองไทย1

posted on 22 May 2012 00:22 by feelfree2share  in Ideas  directory Diary, Idea
กราบสวัสดีงามๆ ทั้งมิตรรักแฟนบล็อก(คงมีน้อยมากถึงไม่มีเลย...ฮ่าๆๆๆ) และผู้ที่งงๆหลงเข้ามา  บล็อกนี้ก็คงมีสิ่งที่รอไว้ต้อนรับเพียงนิด หวังว่าท่านทั้งหลายจะยังคงแวะเวียนกันมาใหม่
 
ว่ากันถึงเรื่องในวันนี้ จริงๆแล้วก็ไม่ใช่ว่าเป็นบทความที่สมบูรณ์แบบกันซะทีเดียว จริงๆแล้วเป็นบทความจั่วหัวเรื่อง เปิดซีรี่ย์มหากาพย์กันในครั้งต่อๆไปซะมากกว่า
 
สืบเนื่องจากช่วงนี้อากาศก็ร้อนจริงจัง แผ่นดินก็ไหว ไหนจะต้องกลัวน้ำท่วมอีก หรืออาจจะฉีกแนวเป็นน้ำแล้งก็ไม่รู้ ก็ต้องดูกันต่อไป ข้าวของก็แพง ค่าแรงก็ขึ้นตามไม่ทัน รัฐบาลมันยังสนับสนุนให้คนเป็นหนี้ ประชาชีก็เรียกร้องแต่เรื่องถูกใจ แต่ไม่ค่อยคิดถึงความถูกต้อง ชอบบกพร่องความรับผิด ชอบทุจริตเอื้อผลประโยชน์ โกงกันทั้งโคตรก็มีให้เห็น พอคิดดูอีกทีก็ดูจะมีแต่เรื่องเครียดๆ เครียดๆๆ และ เครียดๆๆๆๆๆๆๆๆ (ไอ้คำว่าเครียดเนี่ย...จะเยอะไปไหน) สุดท้ายก็เกิดคำถามเล็กๆขึ้นมาในสมองว่า....มันมีสิ่งที่ทำให้รู้สึกดีๆบ้างไหม? และยังไม่ทันที่คำตอบจะมาอีกหนึ่งความคิดก็ตามมา เรามาหาความสุขง่ายๆรอบตัวแล้วแบ่งปันกันดีกว่า.... สรุปว่าคำถามแรกถูกความคิดหลังตีกินเรียบร้อย ก็เลยเป็นที่มาของบทความซีรีย์นี้ "รู้สึกดีๆ...ที่เมืองไทย"
 
เริ่มจากรู้สึกดี....เล็กๆของตัวผมต่อเมืองไทยก่อน
http://www.bloggang.com/data/n/nokzaii/picture/1285421837.jpg
ขอบคุณภาพกับข้าวน่ากินมาก จัดเต็มได้อย่างน่าประทับใจจริงๆครับ จาก Nokjbz@bloggang.com ที่ทำให้
มาม่าผัดของผมอร่อยขึ้นและมีสารอาหารถูกต้องตามหลักโภชนาการ....ฮ่าๆๆๆ
 
เคยได้ยินคนอื่นเขากล่าวอ้างกันว่ามาม่าของไทยอร่อยที่สุดในโลก ไม่รู้ว่าจริงหรือมั่ว ชัวร์หรือไม่
แต่ที่แน่ๆ ประเทศไทยนี้ดี มีแต่ของดีๆ อร่อยๆ คนไทยเรามีฝีมือด้านนี้จริงๆ
 
รู้สึกดีๆ...ที่เมืองไทย จึงขอมอบความประทับใจในอาหารมื้อหนึ่ง ที่เป็นความสุขเล็กๆ ที่พาให้รู้สึกดีๆ ที่ยังหาได้ในเมืองไทยอย่างแน่นอน สำหรับผม ผมนั่งทานคนเดียว แต่สำหรับท่านผู้อ่าน ผมอยากเชิญชวนให้ตั้งวงสำรับกับข้าวทานกันพร้อมหน้ากับคนที่คุณรัก ทานกันไปสนทนากันไปเพลินๆ แบ่งปันความรู้สึกดีๆให้แก่กัน...เป็นความสุขหาง่ายๆ ราคาถูก แถมยังช่วยสานความสัมพันธ์ เสริมความรักความเข้าใจแก่กัน ให้รู้สึกดีๆ....ที่เมืองไทย อย่างนี้ตลอดไป...
 
วิรุฬห์บัณฑิต
 
 
สวัสดีครับท่านผู้อ่าน ขอเบรกเรื่องราวจำพวกวรรณกรรมกันซักนิด ตอนนี้ไม่ไหวแล้ว ร้อนมากๆ ที่บ้าน ผมอยู่ชั้น 3 เป็นชั้นบนสุด ปะทะแดดโดยตรง จึงทำให้ไม่ว่าเวลาใดก็จะร้อนตับแลบ แต่ที่ห้องก็ไม่ได้ติดแอร์เพราะเป็นคนขี้หนาวเนื่องจากถ้าใครดูทรงร่างกายของผมก็จะบอกว่าเหมือนไม้เสียบผี ผอมซะ ก็เพราะผอมขนาดนี้จะขี้หนาวก็ไม่แปลก วันนี้จึงหาวิธีดับร้อน แต่ก็มาลงที่ของกินนี่แหละดูดีสุดแล้วครับ
 
อย่างแรก หน้าร้อนควรกินอะไร ไม่ควรกินอะไร
หน้าร้อนเราเสียน้ำมาก เราเสียแร่ธาตุจากเหงื่อ เราลดพลังงานที่ต้องใช้ในการรักษาความร้อนในร่างกาย ดังนั้นอาหารที่มีองค์ประกอบของน้ำและแร่ธาตุก็ควรเป็นสิ่งที่ต้องแสวงหามารับประทาน พูดง่ายๆก็พวกผัก ผลไม้ที่ฉ่ำน้ำนี่ล่ะครับ ส่วนอาหารที่ควรลดลงคือพวกโปรตีนและไขมัน พลังงานเสริมเราไม่ต้องการแล้วใช้ของเก่าไปเถอะเนอะ
 
อย่างที่สอง ผักและผลไม้อะไรที่ควรถวิลหา
ผักผลไม้ฉ่ำน้าที่ขึ้นชื่อลือชา เลื่องลือมาแต่สมัยโบราณนานเนาว์หนีไม่พ้น "แตงโม" เนื่องจากแตงโมมีความฉ่ำน้ำ มีน้ำมากถึง 95% นี่ถ้าแช่เย็นมาแบบเย็นเจี๊ยบนะ ให้แลกกับเบียร์ ผมยังเอาเลย  "ชมพู่" โอวนี่ก็เจ๋งนะครับ ทานง่าย พกพาสะดวก แล้วก็ชื่นใจดีด้วย ไม่ใช่แค่นั้นนะประโยชน์ก็มีมากมายมหาศาล เช่นเดียวกันกับแตงโมนะครับ แช่เย็นแล้วชื่นใจ "แตงกวา" นี่ก็ถือว่าคุ้นเคยกันดีสำหรับผักประจำร้านอาหารตามสั่งและร้านข้าวมันไก่ จริงๆก็มีอีกหลายร้านที่ใช้แตงกวานะครับ แตงกวาหาง่าย อร่อยดี ราคาถูก "แก้วมังกร" กินดีนะ แล้วเขาว่าเป็นผลไม้มงคล ประโยชน์ก็มากมี ราคาก็ไม่สูง แต่อาจจะทานยากนิดนึง "พริกไทย" คุณอ่านไม่ผิดหรอก เพราะพริกไทยจะช่วยขับเหงื่อทำให้ลดอุณหภูมิร่างกาย แต่ตอนกินเข้าไปตอนแรกอาจจะ...อะโหย ร้อนอ่ะ "สัปปะรด" แหม สัปปะรดกะอากาศร้อนๆก็เข้ากันได้ดีนะครับ แต่หลายคนไม่ชอบเพราะแสบลิ้นแสบปาก ทำทานยาก แต่ก็มีวิธีแก้นะ แสบลิ้นเนี่ยให้ล้างน้ำเกลือจะช่วยได้นะ "มะละกอสุก" อันนี้ผมก็ชอบนะ ถ้าทานโดยจิ้มเกลือบีบมะนาวหน่อย อะโห แซ่บหลาย ราคาก็ไม่แพงหากินง่าย "มะเขือเทศ" อันนี้กินแบบเดียวกับมะละกอก็ได้นะ แต่แนะนำไม่ต้องบีบมะนาวหรอกนะ มันมีความเปรี้ยวเฉพาะตัวอยู่แล้ว
 
อย่างที่สาม ทำอะไรกินดี
ตอนนี้นึกออกแต่น้ำปั่น กะไอติม สองอย่างนี้สิคุณค่าที่คู่ควร แล้วก็จะจับผักผลไม้ที่เขียนไว้ข้างบนมาปั่นให้เนียนกับน้ำแข็งก่อนกระดก หรือเอาไปแช่แข็งต่อก็เข้าทีนะ
 
โอย....ไม่ไหวแล้วครับ ไปหาของกินดับร้อนก่อนนะครับ
 
ขอบคุณข้อมูลจาก
kapook health และ http://pirun.ku.ac.th/~b5103110/index2.html
 
วิรุฬห์บัณฑิต

ความรู้คู่"ผงฟู"

posted on 09 Dec 2011 15:05 by feelfree2share  in Ideas  directory Knowledge
สวัสดีท่านผู้มาเยือนทุกท่านครับ วันนี้ก็นำไอเดียส์ดีๆมานำเสนออีกแล้วครับ การนำของธรรมดาพื้นๆมาใช้ประโยชน์
 
หลายต่อหลายคนเคยชินกับการซื้อหาผลิตภัณฑ์อันวิเศษวิโส ที่โฆษณษกันตามสื่อต่างๆ ที่วางขายกันตามห้างร้านและหลายต่อหลายคนก็เชื่อว่ามันวิเศษวิโสไฮโซที่สุดหาอะไรที่ดีอย่างนี้ไม่ได้อีกแล้ว สำหรับผมเอง ผมไม่ค่อยติดแบรนด์แต่ก็ใช้สินค้าที่กล่าวมาข้างต้นไม่น้อย แต่พอหลังจากเข็นบทความที่เกี่ยวกับเคล็ดลับทำนู่นใช้นี่ ก็มาปิ๊งว่า เออเนอะ ของธรรมดาที่เห็นกันดาษดื่นเนี่ยมันดีขนาดนั้นเลยนะ ทำได้หลายอย่าง แต่เรายึดเอาความสะดวก ยึดความเชื่อว่าผลิตภัณฑ์ต่างๆที่โฆษณากัน ที่ขึ้นหิ้งตามห้างมันเจ๋ง จริงๆแล้วของธรรมดานี่แหละมันมีความเจ๋งอยู่ในตัว อยู่ที่ว่าเราเจ๋งพอจะใช้มันเป็นรึเปล่า อันเนี้ยสำคัญ มันเหมือนสุภาษิตที่ว่า "ไก่ได้พลอย" ไม่ต้องหันมองใครเลยครับ พวกเราๆนี่แหละ วันนี้เลยตั้งใจเอาพลอยมาโชว์กันจะๆ มาดูกันว่าผงฟู ของบ้านๆจะทำอะไรได้
 
ก่อนอื่นก็เอาพลอยมาโชว์เหล่าไก่โต้งก่อน...อิอิ
โอ้ว....แวววับUndecided
ตูม! (เสียง คนโดนถีบตกน้ำ)
...
...
ขอโทษครับ ไม่ใช่แบบนี้ เห็นว่าช่วงนี้บรรยากาศมันเครียด ก็เลย....
ตูม! (เสียง คนโดนถีบตกน้ำ.....อีกดอก)
...
...
แหม....แต่ก็เห็นหลายคนนั่งเคลิ้มอ่ะ...
ไม่จบ ไม่จบ ตูม! (เสียง คนโดนถีบตกน้ำ.....อีกสักดอกเป็นไรInnocent)...Foot in mouth
 
อ่ะที่นี้เอาจริงละครับ ผมน่วมแล้ว...Tongue out ขอโทษก๊าบ
 
ผงฟู หรือ โซเดียมไบคาร์บอเนต หรือ เบกกิ้งโซดา (NaHCO3) ผงฟูมีลักษณะเป็นของแข็งสีขาว มีโครงสร้างเป็นผลึก แต่ปรากฎในรูปผงละเอียด มีคุณสมบัติเป็นเบส การใช้โดยทั่วไปคือ ใช้ในการทำอาหาร ทำเบเกอรี่  ซึ่งผงฟูนี้จะ ใช้เป็นแหล่งให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยการสลายตัว ในขั้นตอนการอบเบเกอรี่ ทำให้เกิดช่องว่างขึ้นภายใน ทั้งนี้สามารถผสมผงฟูเป็นส่วนประกอบของเบเกอรี่ชนิดต่างๆ  และสามารถทิ้งส่วนผสมนี้ไว้โดยที่ไม่เกิดก๊าซ CO2 ก่อนขั้นตอนการอบได้  นอกจากนั้นยังใช้ทำอย่างอื่นได้อีกมาก
  1. ปรับสภาพสระว่ายน้ำ หรือตู้ปลาให้มีความเป็นกลาง เนื่องจากการเติมคลอรีนที่มากเกินไปทำให้สระว่ายน้ำมีความเป็นกรดมากเกินไป
  2. ใช้เป็นสารฟอกขาว ก็แน่นอนเขาเป็นเบส มีฤทธิ์กัดกร่อน ก็สามารถทำได้ ก็เอามาใช้ร่วมกับการซักผ้า ใช้ซักครึ่งถ้วยผสมผงซักฟอกนะ รับรองแจ่ม
  3. ใช้ในการขจัดคราบต่างๆตามพื้นผิว โดยเอามาละลายน้ำอุ่นตามอัตราส่วน 4 ช้อนโต๊ะต่อ น้ำอุ่น 4 ถ้วยเช็ดสักรอบนึงก่อนใช้ผ้าชุบน้ำเช็ด หรือถ้าคราบมันดื้อด้านมากก็เอาพอกไว้ก่อนเลยสัก 1 ชั่วโมง แล้วค่อยมาเช็ดออก
  4. หากมีปัญหาเรื่องท่ออุดตันด้วยคราบไขมันในอ่างล้าง ให้โรยเกลือรอบๆ ขอบท่อ จากนั้นนำผงฟู 10 ช้อนโต๊ะผสมน้ำร้อนๆ 1 ขวดลิตร ค่อยๆ เทลงไป เกลือและน้ำยาจะช่วยให้คราบไขมันหลุดออกง่ายขึ้น และทำซ้ำอีก 2-3 รอบ ตามด้วยน้ำเปล่าปิดท้าย หากคราบยังไม่ยอมออกก็คงต้องพึ่งช่างมาช่วยแล้วละครับ
  5. ใช้ดับกลิ่นได้ดี เลิศมากกกก โดยถ้าเอาใส่ตู้เสื้อผ้าก็คอยเปลี่ยนทุก 3 เดือนนะ ใช้ใส่ตู้เย็นก็ได้นะ เขาว่าดีกว่าถ่าน (อ๊ะ...ฉันกำลังจะกลายเป็นคนไม่เอาถ่านหรือนี่....555) เอาโรยไว้บนพรมก็ได้ ทิ้งไว้ 15 นาทีแล้วเอาเครื่องดูดฝุ่นมาดูดออก
  6. ใช้ล้างผัก ผลไม้ โดยเอามาละลายน้ำอุ่นตามอัตราส่วน 1 ช้อนโต๊ะต่อ น้ำอุ่น 4 ถ้วย แช่ไว้สักพักค่อยล้างน้ำสะอาดนะ
  7. ใช้ล้างหน้า เป็นสครับอย่างดี พร้อมฆ่าเชื้อ จะช่วยให้สายหิว...เอ๊ย...สิวหาย555 แต่ใช้น้อยๆ แล้วก็ลองทดสอบก่อนนะว่าหนังหน้าจะรับได้ไหม เดี๋ยวหน้าพังมาล่ะก็ชะนีอย่ามาโทษเจ๊นะยะหล่อน ทดสอบเหมือนทดสอบการแพ้ทั่วไป เอามาผสมน้ำนิดนึงป้ายที่ท้องแขนนะ
  8. ใช้บ้วนปาก โดยเอามาละลายน้ำอุ่นตามอัตราส่วน 1 ช้อนโต๊ะต่อ น้ำอุ่น 1 ถ้วย
  9. ใช้แปรงฟัน ลดหินปูน กลิ่นปาก และช่วยให้ฟันขาวได้อย่างน่าทึ่ง
  10. ถ้าใครเท้าเหม็น (อย่าให้เหม็นเหมือนปากใครบางคนที่ชอบพูดจาเน่าๆละกันครับ) ก็เอาเท้าแช่ได้นะ ช่วยได้
  11. ใช้ล้างเขียง นอกจากได้ความสะอาดแล้ว กลิ่นก็ยังดีอีกด้วยนะ
  12. ช่วยเรอ แต่ไม่ช่วยให้เรอทักนะจ๊ะ ผงฟูผสมน้ำดื่ม ช่วยให้เรอแก้อาการท้องอืดได้

ก็ได้ฮาบ้าง สาระบ้าง ไร้สาระบ้างกันพอสมควรแล้ว ก็อยากฝากสาระไว้สุดท้ายนิดนึง สิ่งที่ธรรมดา มันอาจเป็นของวิเศษได้หากเรามีปัญญาที่จะรู้ค่าคุณวิเศษของมัน และในทางกลับกันต่อให้สิ่งนั้นวิเศษเพียงใดหากไร้ซึ่งปัญญาก็มีค่าเพียงสิ่งสามัญ คนเราก็เหมือนกันไม่ต้องเสียใจที่ใครๆไม่รู้ค่า ก้มหน้าก้มตาสร้างผลงานต่อไป สักวันหนึ่งคุณค่าความวิเศษของคนผู้นั้นจะปรากฏเอง ถ้าไม่ท้อถอยในการทำดี ความดีหรือคุณวิเศษในตัวก็จะนำพาคนผู้นั้นสู่ความเจริญรุ่งเรืองในที่สุด

เออ...ช่วงหลังๆมันดูไม่ค่อยจะเหมือนกันนะ มีปัญญาใช้ของ กับการมุ่งมั่นทำดีเนี่ย

ตูม! (เสียง คนโดนถีบตกน้ำ.....อีกละ จะจบบทความแล้วยังไม่เลิกกันอีก) อย่าเรื่องมากได้มั้ย ทำตามไปเหอะน่า....เฮ้อFoot in mouth

ขอบคุณข้อมูลจาก
http://glasswarechemical.com/chemicals/ผงฟู-sodium-bicarbonate/
http://www.thaihomemaster.com/showinformation.php?TYPE=15&ID=440
http://www.thaigoodview.com/node/3573
 
วิรุฬห์บัณฑิต